กิจกรรมเรียนรู้ด้านการเกษตรและสานสัมพันธ์ (ACE Trip #2)

วันที่

กิจกรรมเรียนรู้ด้านการเกษตรและสานสัมพันธ์ (ACE Trip #2) 

หลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.) รุ่นที่ 1 ได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านการเกษตรและสานสัมพันธ์ขึ้น ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (เวียงจันทน์ – หลวงพระบาง) ในวันที่ 12 – 14 สิงหาคม 2565 โดยคณะ วกส.1 ได้เดินทางสู่ สปป.ลาว เพื่อศึกษาดูงานที่โครงโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำการไซยะบุรี “มิติใหม่ของโรงไฟฟ้าบนแม่น้ำโขง ที่เป็นมิตรทั้งกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม”

ซึ่งแนวคิดของการก่อสร้าง ‘โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี’ ได้รับการถ่ายทอดผ่าน ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการงานวางแผนธุรกิจ CKPower บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ที่กล่าวชัดเจนว่า

“โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีได้ชื่อว่าเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งแรกบนลำน้ำโขง ที่ใส่ใจวิถีธรรมชาติของแม่น้ำและตั้งใจรักษาไม่ให้เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น ในการวางแผนก่อสร้างและออกแบบจึงเลือกเอาเทคโนโลยีที่ดีและทันสมัยที่สุดมาใช้ในการวางแผนดูแลระบบนิเวศของแม่น้ำโขง ตลอดกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า สร้างความมั่นคงทางพลังงานร่วมกัน ทั้งประเทศไทยและ สปป.ลาว”

โดยความเป็น “ต้นแบบ” ในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้าแห่งนี้มีหลากหลายด้านที่แสดงถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ผ่านการคิดและวางแผนมาอย่างใส่ใจ

ซึ่งโครงโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำการไซยะบุรีตั้งอยู่ระหว่างแขวงหลวงพระบางบริเวณเหนือน้ำ และแขวงปากลาย บริเวณท้ายน้ำ เป็น 1 ใน 9 โครงการไฟฟ้าพลังน้ำที่มีศักยภาพสูงบนลำน้ำโขง เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำแบบฝายน้ำล้น สามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง 1,285 เมกะวัตต์

และแน่นอนว่า ชุมชนรอบข้างก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มักได้รับผลกระทบกับการเปิดโรงไฟฟ้า ทว่า ชุมชนรอบโรงไฟฟ้าไซยะบุรี เป็นกลุ่มประชาชนที่ได้รับการดูแลคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่อย่างดี จากการเกิดขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำแห่งนี้

เริ่มตั้งแต่การเคารพแนวทางการดำรงชีวิต การเลี้ยงชีพแบบดั้งเดิม รวมทั้งขนบธรรมเนียม ประเพณี ตลอดจนสำรวจพื้นที่การโยกย้ายอย่างละเอียด ทั้งสภาพความอุดมสมบูรณ์ ความเหมาะสมในการดำรงชีพ การพัฒนาสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานของชุมชน ฝึกอาชีพ สร้างรายได้ โดยทั้งหมดนี้บริหารงานภายใต้การดูแลจากรัฐบาล สปป.ลาว อย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีมาตรฐานสูงขึ้นกว่าเดิม ด้วยการทำโครงการ เฮือนเคียงโฮง (ไฟฟ้า) ขึ้น เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงไฟฟ้า ประชาชน รวมถึงสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

More
articles